~D.I.Y. ยำปลาทูน่าสมุนไพร

posted on 09 Mar 2010 12:55 by ki-ka-pu

ช่วงนี้ค่อนข้างขึ้นอืด (เอ่อออ อ้วนนั่นแหละคร่ะ  เหอๆๆ) 

วันนี้ก็เลยจะมาทำเมนูเพื่อสุขภาพกัน

ขอเสนอ..เมนู ยำปลา2หน้า  ยำปลาทูน่าสมุนไพร จะบอกว่าไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ

แรงบันดาลใจที่ทำให้อยากทำเมนูนี้ก็คือ เวลาไปทานร้านที่มีเมนูนี้ข้างนอก เจ้าเนื้อปลาทูน่า

มันไม่ค่อยจะสะใจซะเท่าไหร่เลยค่ะ ให้มาก็กะปิ๊ดเดียว แทบจะหาเนื้อไม่เจอเลย

แถมแพงอีกต่างหาก

ดังนั้นก็เลยลองมาทำเองซะเลย จะได้สะใจให้หายอยากไปเลย ห้าๆๆ

ไปดูกันเลยค่ะ...

อุปกรณ์มีดังต่อไปนี้

ตะไคร้,ใบมะกรูด     ซอยตามชอบเลยค่ะ

พริกขี้หนูซอย         4-5 เม็ด      พริกอีก 3-4 เม็ดไว้โรยหน้าด้วยค่ะ

มะนาว                   2-3 ลูก

น้ำตาล                  1/2  ช้อน

ซีอิ้ว / น้ำปลา         1 ช้อน

ที่สำคัญ เนื้อปลาทูน่า(ในน้ำเกลือ) ค่ะ อันนี้ใส่เลยค่ะ 1 กระป๋อง อิอิ ไม่สะใจให้มันรู้ไปค่ะ

ส่วนปริมาณก็ตามชอบเลย ไม่บังคับว่าต้องตามนี้ค่ะ

ใครชอบถั่ว อยากใส่ใบสะระแหน่ หรืออยากใส่อะไรก็ใสไปเลยค่ะไม่ว่ากัน

ใครชอบเปรี้ยวๆ ก็ มะนาวเยอะๆ ใครที่ชอบเผ็ดก็เติมพริกโลดเลยคร่า~

ออ อาหารจานนี้ปลอดผงชูรสนะจ๊ะจะบอกให้ อิอิ

 

วิธีทำ 

- ก่อนอื่นก็ล้างให้สะอาด แล้วก็ซอยพวกตะไคร้ ใบมะกรูด และก็พริก  (พักไว้ก่อน)

 

 

มาทำน้ำยำกันค่ะ 

- บีบมะนาวใส่ถ้วย (ร่อนเอาเม็ดออกด้วยนะคะ) ใส่ซีอิ้ว/น้ำปลา และก็น้ำตาลลงไป แล้วก็คนๆๆให้เข้ากัน

ให้น้ำตาลละลายน่ะค่ะ (พักไว้ก่อน)

 

- จากนั้นก็นำปลาทูน่ามาเทใส่ถ้วยคลุก ไม่เอาน้ำในกระป๋องนะคะ แล้วก็เอาพวกตะไคร้ ใบมะกรูด

และก็พริกที่ซอยเตรียมไว้ใส่ลงไป โอ๊ะๆ ใส่น้ำยำที่เตรียมไว้ลงไปด้วยนะจ๊ะ

 

 - คลุกๆๆ แล้วก็คลุกๆๆให้เข้ากันค่ะ

 

 

- เทใส่จานที่เตรียมไว้ แล้วก็ตกแต่งให้สวยงามตามชอบเลยค่ะ

 

 

ยำปลาทูน่าสมุนไพรพร้อมเสริฟแล้วคร่า~

 

โอ้โหจานเบ้อเร่อเลย จานนี้สนนราคาที่ 47 บาทค่ะ

(ปลาทูน่าในน้ำเกลือกระป๋องละ 28 บาท เครื่องยำทั้งชุดราคา 19 บาทค่ะ) 

 

เมนูนี้ไม่ยากแล้วก็ไม่วุ่นวายอย่างที่คิดแถมได้ประโยชน์อีกต่างหาก

ที่สำคัญ....ถูก และก็ไม่ทำให้อ้วนด้วยคร่า~

ลองทำกันดูนะคะ

 

ปล. ขณะทำนั้นหิวจัดเลยทำให้เกิดอาการมือไม้สั่น ขออภัยที่ภาพออกมาไม่ค่อยชัดเท่าที่ควร

แห่ะๆๆๆๆ

~Review : Trip_Malaysia_vol.2

posted on 18 Feb 2010 13:13 by ki-ka-pu

ได้ฤกษ์มา Review : Trip_Malaysia ต่อจาก ภาคที่แล้ว (โหนานเป็นชาติเลยเน๊อะ  555)

เริ่มเลยแล้วกันคร่า~

 

หลังจากที่กลับจากเก็นติ้ง วันรุ่งขึ้นเราก็ไปต่อที่มะละกาค่ะ...

อากาศก็ครึ๊มๆ คน(นักท่องเที่ยว)เยอะค่ะ

 

 

 

หลังจากที่ถ่ายรูปอย่างเมามันส์ ก็เกิดอาการหิวค่ะ เลยแวะทานร้านนี้

เป็นร้านข้าวมันไก่ก้อนค่ะ (Chicken Rice Ball)

 

 

หน้าตาดีใช่มั๊ยหล่ะคะ

 

หลังจากที่อิ่มหมีพีมันแล้ว...เราก็เดินมาช๊อป(ของกิน) ที่นี่เลยค่ะ

ของ(กิน) เพียบ อาทิเช่น ลอดช่อง ปอเปี๊ยะ ลูกอม ไอติม น้ำ ชา กาแฟ...บลาๆๆๆ

เยอะแยะไปหมดค่ะ มากมายจิงๆ ไม่ใช่ว่ามีแต่ของกินนะคะ

ของฝาก ของที่ระลึกก็มีให้เลือกมายมากเลยค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

ได้เวลากลับแล้วค่ะ...ต้องรีบเพราะว่าเด๋วจะไม่มีรถกลับ แหะๆๆ

ตรงนี้ก็จะมีตำรวจหญิง คอยพาเรา(พวกนักท่องเที่ยวและเด๋กๆ) เดินข้ามถนนค่ะ

แหม น่ารักจิงๆค่ะ >.<

 

 

ระหว่างรอรถ ก็แอบถ่ายคนกะงูค่ะ ที่ต้องแอบถ่ายเพราะว่าถ้าไม่แอบเค้าก็จะมาเก็บตังเราค่ะ

ก็เหมือนๆกับบ้านเราที่ถ่ายรูปกะพวกเสือ พวกนกอะไรอย่างนี้หล่ะค่ะ

อุ๊ยๆๆรถมาแย้วววววว....

 

 

หลังจากถึงแถวๆที่พัก ก็มาหาของกิน(อีกแล้ว) เหอๆๆ

อันนี้เป็นโรตีกล้วยกะแกงแล้วก็น้ำตาลพร้อมด้วยชาค่ะ

ขอนมข้นพี่แกก็ไม่มีให้ มีแต่น้ำตาล ห้าๆๆๆ

รสชาดแกงก็พอได้ค่ะ เพราะว่าเป็นคนที่ชอบพวกเครื่องเทศ ง่ำๆๆ

อา-รี-ดอย........อาหร่อยดีค่ะ

แต่ยังไง๊ยังไงบ้านเราก็อร่อยกว่าเยอะเลย....

หลังจากนั้นก็ไปที่ไชน่าทาวน์ค่ะ พอดีว่าแบตหมดก็เลยไม่ได้ถ่ายค่ะ

ของเยอะมากมาย คนเดินเยอะค่ะ ร้านอาหารก็เยอะเหมือนกัน

พวกพ่อค้าที่ขายของก็พูดภาษาไทยได้ด้วยนะ คล่องเชียว ห้าๆ

ผ่านวันที่ 2 อย่างราบรื่นคร่า~

 

 

หน้าตาอาหารเช้าวันที่ 3 ค่ะ... 

 

วันนี้เราจะไปที่ปุตราจายา (Putrajaya) กันค่ะ เมืองนี้ก็เป็นอีกเมืองที่สำคัญและสวยงามมากค่ะ

ไปกันเลยดีกว่าค่ะ.....เล็ด-สะ-โก.....

 

เย่ๆ ถึงแล้วค่ะ รูปแรกนี้เป็นทำเนียบรัฐบาลของมาเลเซียค่ะ

ตรงยอดของตึก จะมีรูปร่างคล้ายๆกับหัวหอม เห็นกันมั๊ยคะ  

 

 

 

มัสยิสสีชมพูนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ค่ะ แต่ก็จะมีเวลาให้เข้า

(อันนี้ต้องตรวจสอบดูดีๆค่ะ ไม่งั้นไปเสียเที่ยวแน่ๆ)

และก็ต้องแต่งตัวให้เรียบร้อย พร้อมด้วยคลุมด้วยผ้าคลุมสีชมพู (หวานมาก)

เค้าจะมีเตรียมไว้ให้ก่อนที่เราจะเข้าไปด้านในค่ะ

ตรงนี้เราสามารถเดินไปรอบๆมัสยิสได้ค่ะ แต่ว่าไม่สามารถเข้าไปด้านในมัสยิสได้

 

 

 

เอ๊า เค้าห้ามถ่ายรูป แต่ไม่ยักมีใครที่ไม่ถ่ายเลย ห้าๆๆๆๆๆๆ

 

เจ้าเหมียวเชื้อสายมาเลเซีย แหม!!มอมแมมเชียว >w<

 

อาหารมื้อเย็นจากทางโรงแรม

ข้าวหน้าหอมเจียว ต้มยำกุ้ง ไข่เจียว แล้วก็รูทเบียร์ค่ะ

อาหารเรียบง่ายมาก แต่อร่อยสุดๆ มื้อนี้เป็นของแถมจากทางโรงแรมค่ะ

ประหยัดไปอีกมื้อ....คริๆ

อร่อยหรือไม่อร่อยดูกันเองแล้วกันค่ะ  

 

 

ผ่านวันที่ 3 ไปอย่างดีค่ะ ยังเหลืออีก 1 วัน (ขอติดไว้ก่อนนะคะ แหะๆ)

แล้วจะกลับมา  ~Review : Trip_Malaysia_vol.3  เร็วๆนี้คร่า~

 

~Happy Valentine's Day & Happy Chiness New Year

posted on 14 Feb 2010 00:29 by ki-ka-pu

 

ช่วยกด F5 ด้วยนะคร๊า~ 

 

แวะมา Happy Valentine's Day กะ Happy Chiness New Year คร่า~

 ขอเอาฤกษ์เอาชัยปัดฝุ่นบ้านซะหน่อย

ขอให้ได้ซองแดงๆกันเยอะๆนะคร๊ะ

ขอให้มีความรักล้นใจ

ขอให้คิดถึงคนที่รัก และ รักคนที่คิดถึง

ขอให้สุขภาพกายสุขภาพใจแข็งแรง

ขอให้ทุกห้องของหัวใจเต็มไปด้วยความสุขและความรัก

มีความสุขในวันดีๆอย่างนี้ 14 กุมภาพันธ์ 2553

สุขสันต์วันวาเลนไทน์และสุขสันต์วันตรุษจีนคร่า~

 

 

~ถ้านิ้วพูดได้

posted on 01 Feb 2010 17:41 by ki-ka-pu

 

พอดีว่าเปิดอ่านเมลเก่าๆ แล้วบังเอิญไปเปิดเจอนี่เข้า...

เห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ เลยเอามาแบ่งกันฮา  

ห้าๆๆ คิดได้ไงเนี่ย

ถ้านิ้วคนเราพูดได้..มันก็คงจะคิดแบบนี้หล่ะมั๊ง

 

[Tag]2010 สิบเป้าหมาย

posted on 20 Jan 2010 11:15 by ki-ka-pu

>>กติกา<<

 

 1. บอกเป้าหมายที่ตัวเองอยากทำให้สำเร็จในปี 2010 มา 10 เรื่อง

 2. บอกด้วยนะว่ารับแทกนี้มาจากใคร 3. ใส่ชื่อแทกว่า "2010 สิบเป้าหมาย"

4. ส่งแท็กนี้ต่อให้เพื่อน 5 คนใน 40 วินาที (?)

5. ตอนสิ้นปี 2010 อย่าลืมย้อนกลับมาดูนะ ว่าตัวเองทำได้สำเร็จได้ตามเป้ารึเปล่า

 

>> เอ่อ เห็นเค้าทำๆกัน ก็เลยอยากมีเป้าหมายที่ตัวเองอยากทำให้สำเร็จ(ซะที)ในปีนี้บ้าง <<

(คงไม่ช้าไปนะก๊ะ..ถ้าจะทำแทกนี้ เหอๆๆ )

1. หางานดีๆ ที่ตัวเองทำแล้วมีความสุขให้ได้ซะที

(เฮ้อออ!! ถ้าไม่ต้องการจริงๆก็ช่วยอย่าให้ความหวังกันได้ม๊ายยยคร๊า~)

 

2. ขอจัดห้องแบบจริงจัง (ซะที) ปล่อยไว้นานนนนแร๊นนน

 

3. โล๊ะเสื้อผ้าในตู้ที่ล้นทะลักออกมาไปบริจาคเหอะนะ (จะเสียดายทำไมจ๊ะ..เก็บไว้ก็ใส่ไม่ได้แล้ว...แหมคนเรามันก็ต้องโตวันโตคืนแหละเน๊อะ โดยเฉพาะส่วนพุงและต้นแขนต้นขาทั้งหลาย)

 

4. ดูแลออสจัง (รถคู่ใจและกาย) ให้มากกว่านี้...เด๋วจะรีบทำไฟให้นะจ๊ะออสจังลูกแม่

 

5. พาเจ้าว๊อดก้า (น้องชายพันธุ์ชเนาเซอร์)ไปเท่วทะเล...พัทยา บางแสนก็ยังดี

 

6.เง้ออ พึ่งข้อหกเองหรอเนี่ย...ช๊านจะทำอะไรต่อไปดี...เอางี้ละกัน...

ทานให้น้อยลง ลดน้ำหนักให้ได้...ตอนนี้อ้วนสุดๆแล้ว เท่าที่เกิดมาเนี่ย ไม่เคยหนัก 49-50 มาก่อนเลยช๊านนนน โอ้มายก๊อด

 

7. ตั้งใจอะไรก็ต้องทำให้สำเร็จ...ไม่ค้างๆคาๆเป็นดินพอกหางมู๋แร๊ะ  อันนี้จะพยายามอย่างสุดๆ

 

8.ใช้เงินให้น้อยลง เก็บเงินให้มากขึ้น (จะไหวม๊ะเนี่ยยย ยิ่งเป็น shopaholic ซะด้วย)

 

9. อยากเรียนภาษาเพิ่มให้ตัวเองรู้สึกว่ามีค่ากว่าเดิม ฮึ๊บๆๆๆ

 

10. เก็บตังไปเที่ยว เกาหลี หรือไม่ก็ญี่ปุ่น อีกครั้ง (กำลังเลือกอยู่ว่าจะไปไหนดี ตัดสินใจไม่ได้เพราะว่าประทับใจทั้งคู่เลย ถ้าเลือกไม่ได้ก็คงไปทั้งคู่ควบกับเลย ห้าๆๆ น่านน โลภมากนะหล่อน)

 

>> ไม่รู้ว่าจะมอบแทกนี้ให้ใคร เพราะว่าทำกันเยอะเหลือเกิน อิอิ เอาเป็นว่าใครอยากทำ และอยากมีเป้าหมายที่ตัวเองอยากทำให้สำเร็จในปี 2010 ก็ทำกันได้เลยนะจ๊ะ

 

 

>>แล้วเราจะกลับมาดูกันตอนสิ้นปีว่าจะเป็นอย่างไร...เอ่อ !! ยังไงก็ช่วยเป็นกำลังใจให้เป้าหมายทั้งสิบนี้ผ่านไปได้ด้วยดีและเป็นจริงภายในปี 2010 ด้วยเถอะนะเจ้าคร๊า~<<

 

 

 

~D.I.Y. Cake Choco ใครๆก็ทำได้

posted on 14 Jan 2010 10:40 by ki-ka-pu

สวัสดีปีเสือใจดี 2553 คร่า~

        ก่อนอื่น กด F5 ก่อนนะเจ้าคะ !!!      

วันนี้ขอเริ่มต้นปีด้วย วิธีการทำ Cake Chocolate ง่ายๆด้วยตัวเองค่ะ

พอดีว่าเพื่อนใจดี..ซื้อมาให้ลองทำเองที่บ้าน

เพื่อนเห็นว่า จขบ ชอบวานให้ไปซื้อเค้กบ่อยๆ เลยประชดเอามาให้ทำเองซะเลย 

ห้าๆๆ ล้อเล่นค่ะ (หรือว่าจะจริงก็ไม่รู้  )

ไม่พร่ำพรรณนาแร๊ะ..ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ....

 

 

อุปกรณ์มีดังต่อไปนี้...

- ชุด Happy Cake **  (วันนี้ขอเลือก Cake Chocolate นะคะ)

- นมสด

- น้ำมันพืช

- ไข่ไก่ 1 ฟอง

- ผลไม้ หรือว่าจะเป็นอัลมอล ถั่ว ลูกเกด ฯลฯ อันนี้ตามชอบเลยค่ะ (ใส่หรือไม่ก็ได้ไม่บังคับกันค่ะ)

- เตาอบไมโครเวฟ

 แค่นี้เองค่ะ.....ไม่ต้องตกใจ....เตรียมเท่านี้จริงๆค่ะ

 จขบ งงมาแล้วค่ะ ว่ามันจะเป็นเค้กได้จริงๆหรอ  ห้าๆๆๆ อย่างเน๊ต้องรอดูกันต่อไป....

 

 

วิธีทำ...

ในชุด Happy Cake ก็จะมี แป้ง และก็ Chocolate Bars มาให้ 2 ก้อนค่ะ

เราเตรียมแค่ นมสด น้ำมันพืช และก็ไข่ไก่เท่านั้นพอ

(พอดีว่าที่บ้านใช้แต่น้ำมันมะกอก ก็เลยใช้แทนน้ำมันพืชไปเลยอ่าค่ะ)

(ในรูปลืมถ่ายไข่ไก่ง่ะ - -")

 

จากนั้น...เราก็เทนมสดลงไปให้ถึงเส้นสีดำ

และเราก็เติมน้ำมันลงไปให้ถึงเส้นสีชมพู 

เทแป้งลงไป

ตามด้วยไข่ไก่ 1 ฟอง

 

 จากนั้นเราก็คนๆๆตีๆๆให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวกันค่ะ

 

 

เมื่อเราเห็นว่าเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว...

เราก็เอาเจ้า Chocolate Bars มาวางไว้ตรงกลาง

ถ้าหากว่าบางคนชอบให้ Chocolate กระจายทั่วๆเนื้อเค้ก

เราก็หั่นเจ้า Chocolate Bars แล้วก็โรยไปทั่วๆ หรือว่าจะใส่พวกอัลมอล ถั่ว ลูกเกด

หรือผลไม้ที่ชอบลงไปก็ได้ค่ะ

(อันนี้พึ่งทำเป็นครั้งแรก..ก็เลยทำตามฉลากข้างกล่องน่ะค่ะ  )

 

จากนั้นเราก็เอาเข้าไมโครเวฟ

ใช้ไฟสูงสุด และตั้งเวลาไว้ที่ 2.5 นาที (สองนาทีครึ่งนั่นแหละค่ะ)

จากนั้นก็รอการเปลี่ยนแปลงของเจ้า Cake Chocolate

ห้าๆๆ อยากรู้จังว่าหน้าตาจะออกมาเป็นยังไงน๊า~

 

เอ้า ฟูเข้าไป ฟูเข้าไป.....มันจะระเบิดมั๊ยเนี่ยยยย   

 

2 นาทีครึ่งผ่านไป...

ปิ๊งป่อง....ได้เวลาเผยโฉมเจ้า Cake Chocolate กันแล้วววว

แหมม กลิ่นมันยั่วยวนซะเหลือเกิน ถึงแม้ว่าจะหน้าตาบูดๆเบ้วๆก็เหอะ

 

จากนั้นก็ตกแต่งหน้า Cake ด้วยน้องสตรอเบอรี่สีแดงแจ๋

จะบอกว่าจริงๆแล้ว พอทำเส็ดเราจะคว่ำเจ้าเค้กลงบนจานอีกทีเพื่อความสวยงามก็ได้นะจ๊ะ

แต่ว่าไม่อยากพิธีรีตองอะไรมากมายก็เลยเอาแบบนี้ไปเลยละกัน (หิวแล้วง่ะ)

  

 แต่นแตนแต๊นนนนน....สำ มะ เหร็ด แว้ววววว

หน้าตาเจ้า Cake Choco จริงๆแล้วจะราดนมข้นลงไปด้วย แต่หาที่เปิดไม่เจอก็เลยอด

ไม่งั้นก็คงจะหน้าตาดีกว่านี้แน่ๆเลย (อ๊ะนี่หน้าตาดีแล้วหรือนี่ ห้าๆๆ  )

 

รสชาดก็โอเคนะ แต่ว่าหวานน้อยไปหน่อย หรือว่าเป็นคนชอบหวานหว่า

ตรงกลางก็จะมีไส้ Chocolate เยอะมาก เพราะว่าเราใส่ Chocolate Bars ไปตั้ง 2 ก้อนแหน่ะ

และตรงก้นถ้วยก็จะมีน้ำ Chocolate เยิ้มๆ (นี่แหละที่บอกว่าให้คว่ำใส่จานน่ะค่ะ เหอๆๆ)

ยังเหลือ  Happy Cake อีก 1 กล่อง

ไว้คราวหน้าจะใส่พวกอัลมอล และเพิ่ม Chocolate Bars หั่นบางๆ วางไว้ทั่วๆเค้กเลย

และราดหน้าด้วยนมข้น หรือไม่ก็ละลาย Chocolate ให้เป็นน้ำแล้วเอามาราดบนหน้าเค้กให้เยิ้มๆ....

 โอ้ยยย ไม่อยากจะเซด...จะอ้วนก็คราวนี้แหละคร่าท่านทั้งหลาย

 

เห็นมั๊ยคะว่า Cake Choco ใครๆก็ทำได้ ง่ายนิ๊สสสเดียวค่ะ

~ Do It Yourself ~

 

ปล.... 

** ชุด Happy Cake 

มีด้วยกัน 4 รสชาดให้เลือก ได้แก่ เค้กวานิลาหน้าช็อกโกแลตขาว
เค้กวานิลาช็อกโกแลตดำ เค้กมอคคา และเค้กช็อกโกแลต
สามารถเก็บไว้นานเป็นปี

มีขายใน ซุปเปอร์มาร์เกต และตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป เช่น

Siam Paragon, The Mall, Carrefour, ตั้ง ฮั่ว เส็ง,Top Supermaket

 

ใครที่ว่างๆและอยากลองทำทานเองที่บ้าน ก็ลองหาซื้อดูนะคะ

และอย่าลืมเอามาอวดกันบ้างนะคร๊า~

 

 

 

 

 

เสร็จเรียบร้อยกับการรับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระเทพฯ

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชีวิต

 จะบอกว่าตื่นเต้นมากจนเกือบทำอะไรไม่ถูกเลย

ตอนซ้อมก็เป๊ะๆๆ

แต่ว่าตอนรับจริงนี่หัวสมองว่างเปล่า กลวงไปหมดเลย

(ก็เพราะว่าตอนเดินบนเวที มัวแต่มองท่านอยู่นี่เอง)

กลัวรูปตอนที่กำลังยื่นมือออกไปรับ จะออกมาไม่สวยจังเลยอ่าาาา หงิงๆๆ

อันนี้ก็ต้องรอดูกันต่อไป เหอๆๆๆ

 

  

รูปวันซ้อมใหญ่...

 

 ไม่พลาดที่จะถ่ายรูปตอนกระโดด

(ท่าจะหนักไปหน่อย..ไม่ค่อยลอยเลยง่ะ)

 

 ขอใส่คอนแท๊กเลนส์ทำตาวิ๊งๆ แอ๊บๆ แบ๊วๆ หน่อยฮ่าาาา

 

......

 

โดนบูมมมมม ก่อนกลับบ้าน

 

เอากันเข้าไป...บูมกันให้มันส์ส์ส์ไปเลยยยยย

 

 ไหนๆก็ไหนๆแล้ว มาถ่ายรูปด้วยกันเลย เอ้าชีสสสสสสสสสสสสสสสส

 

น๊งหมีใส่ชุดครุย...ตัวใหญ่ๆ...ชอบที่สุดเล้ยยยยยย >.<

 

วันรับจริง...

 

ขนาดตอนเช้า..แดดก็ยังแร๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

 

ตอนเดินแถว...เหงื่อออกสุดๆ

 

my friends

(ถ่ายตอนกำลังเดินแถว...และตอนที่อ.คุมแถวเผลอ ห้าๆๆ)

 

ตอนรับเสร็จแล้ว พร้อมด้วยปริญญาบัตร

(ต๊ายยย ทำไมโทรมอย่างนี้เนี่ย)

 

เพื่อนๆ MBA การจัดการ รุ่น 9 (เสียดายไม่ครบทุกคน)

 

 

และแล้ว...

หลังจากเสร็จทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อย

สภาพตอนนี้ก็คือ..

ไอกะด๊อกกะแด๊ก และเจ็บคอมากมาย

เหมือนมีใครเอามีดมากรีดๆๆๆที่คอเลยง่ะ

สลบไป 1 วันเต็มๆ วันนี้ค่อยมีแรงขึ้นมาหน่อย

ถ่ายรูปมาเยอะมากๆๆๆๆๆๆ

พอมาดู...เฮ้อทำไปได้ยังไงเนี่ยยยย

ต๊ายตาย สงสัยงานนี้คงจะหมดตังไปกับค่าล้างรูปบานเลยนะเนี่ย

เฮ้ออออ

 

 

พรุ่งนี้มีทริปไปเที่ยวเหนือกะหางแดง (อีกแล้วครับท่าน หุหุ)..

คงไม่ได้แวะเข้ามาอีกหลายวัน

ถ้ากลับมา..คงจะมีเรื่องราวให้มาอัพบล๊อกไม่มากก็น้อยแหละน๊า

ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคร๊า~

 

ปล. ไว้กลับมาแล้วจะอัพภาคต่อของทริปมาเลเซียละกันนะคะ

 ไม่ได้ลืม..แต่ยังไม่ว่างอ่า (พอแถ่ดได้มั๊ยเนี่ย!!!)

 

 

 

 

 

 

 

 

พรุ่งนี้แล้วที่จะมีกำหนดการซ้อมรับปริญญา

(ซ้อมตั้ง 3 วันแหน่ะ รับจริงก็วันจันทร์ที่ 14 ธ.ค. )

ตื่นเต้นจริงๆเลย จะได้เป็นมหาบัณฑิตแล้ว

ดีใจที่จะได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระเทพฯ

ขอให้อะไรๆราบรื่นและทุกๆสิ่งทุกๆอย่างผ่านไปได้ด้วยดีด้วยเถิดดด

ตื่นเต้นจัง~

แล้วจะกลับมาอัพบล๊อกเร็วๆนี้จร้า

ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคร๊า~

 

~Review : Trip_Malaysia_vol.1

posted on 06 Dec 2009 14:00 by ki-ka-pu

ดีคร่า~

กลับมาแล้ววววววนะจ๊ะจากการไปเปิดหูเปิดตาต่างแดน..

 เหมือนจะไปเที่ยวไกลเลยเน๊อะ..ห้าๆๆ

จิงๆแล้วไปแค่ มาเลเซีย เองคร่า~

คราวนี้ไป 5 วัน 4 คืน ไม่ได้ไปกะทัวร์ใดๆทั้งสิ้น

ทริปนี้ backpack ไปกันเอง

บินเอง..ลุยเอง..กินเอง..นอนเอง..เที่ยวเอง..หลงเอง..และอื่นๆ...เองอีกมากมาย

ไม่พูดพร่ำทำเพลงละ....

เริ่มตะลุยท่องเที่ยวต่างแดนกันเลยคร่า~ 

..................................................................................... 

ทริปนี้ไปรอบแรกเลยค่ะ 7.10 (เครื่องออก 7.30)

คราวนี้ไม่ลืมที่จะเอา GuideBook ไปค่ะ

ถ้าลืมนี่ต้องตายแน่ๆเลย เพราะว่างานนี้ทำการบ้านมาน้อยมากก่ะ

(เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ห้ามเลียนแบบนะจ๊ะ แหะๆๆ)

ฝากชีวิตไว้กับหางแดง...

 

อาหารที่อร่อยที่สุดบนเครื่องค่ะ

ตอนแรกกะว่าจะไม่ทานอะไร..เลยไม่ได้จองอาหารล่วงหน้าผ่านเว็บหางแดง..

แต่สุดท้ายก็อดใจไม่ไหว...เพราะว่าคนนั่งข้างๆ เล่นทานซะยั่วน้ำลายกันเลยทีเดียว

เสียเงินไป 90 B และไอซ์ที+น้ำแข็ง 50 B

รวมเป็น 140 B (จ่ายเงินไทยไปค่ะ)

ที่ทานไปนั้นคือ...Nasi Lemak (ข้าวอบใบเตยสไตล์มาเลเซีย)

แต่ว่าจิงๆแล้วมันเหมือน..ข้าวมันแพนงไก่ มีน้ำพริกหวานๆผสมปลากรอบ

และก็ไข่ต้ม(ครึ่งซีก)ดีๆนี่เอง

(ของจิงไม่เหมือนในรูปเลย...แต่หิวมาก  เลยซัดกันซะเกลี้ยงเลย)

ทานอิ่มก็ง่วงนอนไปตามระเบียบ ZZzzZZzzZZz

 

รูป GuideBook ที่พกติดตัวไว้ยิ่งชีพ และบรรยากาศภายนอกค่ะ

ตอนเครื่องจะลง..ที่เห็นสีเขียวๆนี่เป็นต้นปาล์มค่ะ เยอะมากเลยทีเดียว

จะบอกว่าขาไปนั่งฝั่งขวาดีกว่าค่ะ เพราะว่าฝั่งซ้ายจะโดนแดดง่ะ

(คราวนี้โดนเข้าไปเต็มๆ ห้าห้า)

ในท้องมีลมเยอะเลย ปวดท้องมากมาย เลยแอบตดเอาลมออกจากท้องไปสิบกว่าปู๊ด

ไม่เหม็นและไม่มีเสียง (จุ๊ๆห้ามบอกใครนะ แหมก็แค่เอาลมออกจากท้องเอง) 

 

เย่ๆถึงแล้วประเทศมาเลเซีย ตอนนี้เป็นเวลา 9.20(TH) หรือเป็นเวลา 10.20(MY)

ที่นี่เร็วกว่าบ้านเรา 1 ชม. ค่ะ  (ตั้งแต่นี้ไปจะใช้เวลาของ MY นะคร๊ะ)

 พอลงจากสนามบิน..ออกมาก็เจอร้านกาแฟ OldTown White Coffee

(เค้าว่าอร่อยอ่ะ เด๋วตอนกลับค่อยแวะมาชิม)

 

ตอนนี้ต้องรีบวิ่งไปขึ้นรถบัสสีแดง (sky bus) เป็นรถที่จะเข้าเมืองไป KL

(ขอบอกว่าเดินไปไกลพอสมควรเลยค่ะ ต้องรีบวิ่ง..กลัวไม่ทันง่ะ - -")

อันนี้จองรถบัสล่วงหน้าผ่านเว็บหางแดง ราคาจะถูกกว่า (6RM / เที่ยว )

(อัตรแลกเปลี่ยน 1 RM = ประมาณ 9.85 บาทค่ะ

คิดง่ายๆก็ 10 บาทละกันนะ..ง่ายต่อการคิดดี เหอๆ)

แล้วก็มีคันสีเหลืองด้วยนะ (ชื่อว่า aerobus)

เป็นแบบ non-stop ค่ะ รวดเดียวถึงเลย...ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.

 

เย่ๆๆ ได้เวลาล้อเลื่อนแย้วววว...มุ่งหน้าสู่ KL Sentral เพื่อไปซื้อตั๋ว Genting โลดดด

แอบถ่ายแมลงสาบบนรถ....(โปรดสังเกตดีๆค่ะ)

รูปขวาล่างสุดเป็น Tune Hotel (โรงแรงของหางแดง..ราคาไม่แพงใกล้สนามบินมากกกกก)

 

 หลับไปตามระเบียบค่ะ..พอตื่นขึ้นมาก็เข้ามาในเมืองแล้ว

รูปด้านล่างเป็นรูปพวงมาลัยและพระพิฆเนศ (สวยมากค่ะ)

 

 ถึง KL Sentral ละค่ะ

รีบไปซื้อตั๋ว Genting (ซึ่งจิงๆแล้ว..ซื้อตั๋วข้างล่างก็ได้ค่ะ)

แต่ว่าอันนี้ขึ้นไปซื้อที่ชั้น 2 เดินตรงเข้าไปสุดๆ จะอยู่ใน "หลืบด้านซ้าย"

ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องอยู่ในหลืบด้วย  ????

(เกือบหาไม่เจอเหมือนกันค่ะ      )

 

 ซื้อตั๋วผู้ใหญ่ 2 คน 9.30 x 2 = 18.60 RM (เป็นค่ารถบัส + ค่ากระเช้าค่ะ)

ได้รอบบ่าย 2 โมง...

อันนี้ไม่ต้องไปแย่งที่นั่งค่ะ เค้าล๊อกที่นั่งให้เราไว้เลย...

 

เวลาเหลือเฟือค่ะ..เลยแวะไปหาลุงเคซะหน่อย

สอยชุดข้าวมัน+ไก่ทอด,มันฝรั่งราดชีสสสสสสสส,เบอร์เกอร์ และเป๊ปซี่ 2 แก้ว

สนนราคา = 15.70RM

สังเกตน้ำจิ้มดีๆนะคร๊ะ (รสชาดเหมือนน้ำจิ้มไก่ทอดบ้านเราเลย)

อร่อยดี + อิ่มแปร้มากเลยค่ะ 

คนที่นี่มักไม่ใช้ช้อนส้อมกันค่ะ..สงสัยจะไม่ทันใจและไม่ได้อรรถรสในการทาน..

ที่เห็นๆเค้าก็ใช้กันแค่ 2 มือ 10 นิ้วกันค่ะ

 

เวลายังเหลืออีกนิดหน่อย..เลยแอบขอทำการบ้านแป๊บนุงค่ะ แหะๆๆ 

จากนั้นก็ลงไปนั่งรอรถที่จะไป Genting...

ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชม. (อันนี้ก็หลับเหมือนเดิมค่ะ ยิ่งอิ่มๆอยู่ด้วย)

ระหว่างทางไป..ฝนก็เริ่มลงเม็ด และอากาศก็เริ่มเย็นค่ะ

 

เย่ๆๆๆๆๆๆๆๆถึง Genting แล้ว ประมาณ 15.00 รีบเดินไปขึ้นกระเช้า sky way

เพราะว่าการขึ้น Genting ครั้งนี้เสี่ยงต่อการไม่มีที่พักเป็นอย่างมาก

เหตุผล : มัวแต่ลังเลว่าจะนอนบนนี้กี่คืนดี ซึ่งจิงๆก็ได้ทำการจองห้องไปแล้ว..

ได้ในราคาพันบาทต้นๆ ต่อคืน (ที่ Fairst World) ซึ่งถือว่าถูกมาก

แต่ๆๆๆๆ เรื่องมากเอง เลยทำให้พลาดการจ่ายตัง

และก็ไม่สามารถจองใหม่ได้ (เป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรงมากเลยค่ะ)

แต่ว่าทางเว็บได้บอกว่าให้เรา walk in เข้าไป แต่ราคาอาจจะแพงกว่าเล็กน้อย

เราก็มั่นใจว่า..ต้องมีห้องเหลือบ้างหล่ะน่า

แหมมม ห้องออกจะเยอะแยะ หกพันกว่าห้อง มันจะเต็มหมดเลยหรือไง

(ชะล่าใจดีนัก..จิงๆก็แอบกลัวมากเหมือนกัน)

เด๋วมาดูผลกันค่ะว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป....

 

 

ใช้เวลาในการนั่งกระเช้าประมาณ 15 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ

ขอบอกว่าอากาศหนาวเย็นมาก

ตอนนี้ก็หลงๆค่ะ เพราะว่าไม่รู้ว่าจะไปที่ FirstWorld อย่างไร

เพราะว่าฝนก็ตกมากด้วย เฮ้ออออ!!!

 

ความโชคร้ายเริ่มมาเยือนค่ะ...

ป้าย Room Rate บอกว่าที่ FirstWorld มัน Full House (ไม่ใช่หนังเกาหลีนะก๊ะ เหอๆๆ)

กรำ!! งานเข้าหล่ะทีนี้  "ห้องเต็ม"

แหมม เราก็อยากจะพักที่ Maxim เหลือเกิน

แต่ดูราคาสิคร๊ะ ท่านพระคุณรุนช่องเอ๋ยยยยยยยยยยย

โอ้วมายก้อดดดดดดด โอ้วววแม่จ้าวววววว

1,200 RM X 10 เข้าไปสิคะท่าน....12,000 บาท ต่อ คืน

(จะบอกว่าเอาตังกันไป รวมแล้วยังไม่ถึงหมื่นเลยค่ะ ห้าๆๆ)

จิงๆก็รู้ละค่ะว่ามันแพงมาก..ไม่กล้าแม้แต่จะคิดเข้าพักเลยค่ะ ไว้รอให้ถูกหวยก่อนเถ้อออ!!

แต่ไม่ว่ายังไงชีวิตก็ยังต้องเดิน(หาที่พัก)ต่อไป...

คนมีเยอะแยะไม่ถาม..ดั้นนนนไปถามคนขับ taxi ว่าจะไป First World ยังไง

ท่านก็เลยบอกว่ามันไกลนะ เดินไปไม่ไหวหรอก..ฝนก็ตกด้วย

ไป taxi สิ 10 RM เอง

เราต่อราคา 8RM เค้าก็ไม่ให้ เค้าบอกว่าราคาถูกแล้ว ลดให้ไม่ได้หรอก

(แอบคิดในใจ..โหตั้ง 10 RM สงสัยจะไกล เออ นั่ง taxi ก็ได้..ซื้อเวลาเอา จะได้รีบไปหาห้องพัก) 

 

 เหอๆๆ โดนหลอกเข้าจนได้...แม่มมเอ๋ยย เมริงหลอกตรู

มันไม่ได้ไกลเล้ยยยยยย..

แต่เอาน่ะ ซื้อเวลา..ซื้อความโง่ของตัวเอง (ฟ้าฝนช่างไม่เป็นใจ ตกตลอดเลย)

(เสียดายเงินจับใจ ถึงแม้ว่าจะแค่ 10 RM ก็เถอะ)

 

.....................................................................................

ช่วงเวลาต่อไปนี้ขอบรรยาย และ พรรณา ความโง่เขลาของตนเองหน่อยเถอะคร่ะ~

(ท่านสามารถ Skip ข้ามไปได้เลยนะคร๊ะ..(แต่ต้องเลื่อนเม๊าซี่ลงเองคร่ะ เหอๆ))

เรื่องมีอยู่ว่า...

เรา walk in เข้าไป และเราก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เนื่องจากว่าทำการบ้านมาน้อยนิด

รู้แต่เพียงว่า..เมื่อมาแล้วต้องไปกดบัตรคิว

ซึ่งที่นี่ (First World) มันใหญ่มาก คนก็เลยเยอะมาก กว่าจะหาที่กดบัตรคิวได้ก็นานพอควร

เลยได้ถาม พนง.(ผู้ชาย) ที่ยืนแถวๆว่า เรา walk in เข้ามายังไม่มีที่พักเลย จะต้องทำไงบ้าง

เค้าก็เลยบอกว่า น่าจะไม่มีห้องแล้ว มันเต็มหมด ให้เราลองไปต่อคิวเพื่อรับบัตคิวละกัน

ในใจก็ลุ้นให้มีที่พักด้วยเหอะ..เพราะว่าแต่ละคนที่มาต่อคิวนั้น

มีแต่คนที่มีใบ booking เอาไว้แล้วทั้งนั้นเลย

แล้วซักพัก...ก็มีผู้ชาย (ที่ไม่ได้ต่อคิว) มาถามข้างๆเราว่า..

ยังไม่มีที่พักหรอ แต่ว่าเราก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะว่ากังวลเรื่องที่พักมากกว่า

พอถึงคิวเรา.. พนง.(ผู้หญิง)ก็ถามถึง booking เราก็บอกว่าไม่มีอ่ะ

 เรา walk in เข้ามา พอจะมีห้องพักเหลือมั๊ย?

คุณเธอตอบมาทันควันเลยว่า "NO"

เราก็ถามย้ำอีกว่า "ไม่มีเหลือซักห้องเลยหรอ"

ก็ได้คำตอบเหมือนเดิมว่า "NO"

เราก็คุยกันว่าจะเอาไงดี... (อยากจะร้องไห้มากเลย เพราะว่าไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน..

เวลาไปไหนก็จะเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี จองอะไรเรียบร้อย แต่ครั้งนี้มันผิดพลาด..

เลยคิดว่าไม่มีห้อง ก็ไม่ต้องนอน นั่งมันที่ Lobby นี่แหละ ถึงเช้าก็ค่อยลงไป KL)

ซักพัก พนง.ผู้ชาย คนแรกที่เราถามเค้า..ก็เอากระดาษมาให้หล่อน

ชีบอกว่า..มีห้องเหลือจะเอามั๊ย?

(ถามหน่อย..ลิงตัวไหนมันจะไม่เอาคะ กิสสส แอบโมโหปนดีใจสุดๆ)

แต่ราคาห้องแพงกว่าที่คิดไว้เยอะเลย (เออ แต่ก็ดีกว่าไม่มีที่ซุกหัวนอน)

พอได้บัตรคิวมา..ผู้ชายที่ไม่ได้ต่อคิวคนนั้น ก็เข้ามาถามเราว่าได้ห้องแล้วหรอ

เค้าบอกว่าพอดีว่าเค้ามีห้องเหลือ เลยจะขายห้องต่อให้เรา ในราคาไม่แพง

อยู่ใกล้ๆแค่นี้เอง เอามั๊ย??

(เราสองคนเริ่มลังเลกับคำว่า "ราคาไม่แพง" เลยเดินตามเค้าไปเฉยเลย..

โดยที่เค้าบอกว่าทิ้งบัตรคิวไปเหอะ..แต่เราก็ยังอยากเก็บเอาไว้ก่อนอ่ะ)

ระหว่างทาง เราก็เดินๆ หยุดๆ..ชายคนนี้ก็ได้พรรณาสารพัดว่า..

beautiful  verymuch

pretty for u

very big room

and cheap price very much

เค้าบอกว่าราคา 350 ลดให้เหลือ 250

แล้วเราก็ต่ออีกให้เหลือ 200 เค้าก็บอกว่า "โอเค"

เดินไปซักพัก เค้าก็ถามว่าเรามากันแค่นี้หรอ (= 2 คน หรอ)

เราก็พยักหน้า แล้วมันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาคุยอะไรก็ไม่รู้ &*^%#@##

ซักพักมันก็ถามเราอีกว่า .. " 2 คน จริงๆใช่มั๊ย?"

นั่นแหละ...พอกันที

ไม่เอาแล้ว...

ก็บอกเค้าไปว่าเราไม่เอาดีกว่า...ขอโทษจริงๆ เราไม่เอาแล้ว

(ในใจก็กัวจะโดนทำอะไรหรือเป่า แต่อีกใจก็ไม่กัวเพราะว่าคนเยอะ มันคงจะไม่กล้าทำอะไรหรอก)

มันก็จะคว้ากระเป๋าลาก บอกว่าเด๋วช่วยลากให้..

เราก็บอกว่าไม่ต้อง รีบสะบัดมือ สะบัดแขนทันที

มันก็บอกว่า PLEASE PLEASE!!

its beautiful for u and big big room

ราคาก็ลดให้แล้ว ไปเหอะ ใกล้แค่นี้เอง PLEASE PLEASE PLEASE!!! อยู่นั่นแหละ

(คิดในใจ เอ่อ ตรูรู้แล้วว่าห้องใหญ่ ห้องสวย และก็ลดราคาให้แล้ว)

ไม่รู้จะทำไงดีเราก็เลยรีบตัดบทบอกว่า...

เราไม่เอา ขอโทษจริงๆ และก็ขอบคุณมาก ลองไปหาคนอื่นดูละกัน

และก็พูดภาษาไทยไปว่า "กรูไม่ไป กรูกลัวเมริง เข้าใจป่ะ"

บอกเสร็จก็รีบหันหลัง รีบลากเป๋า เดินหนีไปอย่างรวดเร็ว 

(แอบหันหลังมองดูว่าจะตามมาหรือเป่า..เออ ไม่มีค่อยโล่งใจหน่อย)

นี่ถ้าเกิดว่าเราตามไป.."จะเกิดอะไรขึ้น..แทบไม่กล้าที่จะคิดเลย"

หรือว่าจิงๆแล้ว เค้าอาจจะเป็นคนดีก็ได้นะ แต่หน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ไม่เอาดีกว่า..กลัวเฟ้ยยย

ขอปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุด

กลับมาถึงที่เดิมที่รอคิว...ความโชคร้ายมาเยือนอีกรอบ มันก็ผ่านคิวเราไปแล้ววว 

 

ไม่น่าเล้ยยย..เราเลยต้องไปต่อคิวอีกช่อง สำหรับคนที่ผ่านคิวไปแล้ว

สรุปว่าได้ 1 คืน ในราคา 215 RM ขอย้ำว่าได้แค่ 1 คืนเท่านั้น

ลดราคาไม่ได้ เลือกห้องไม่ได้ จะเอาหรือไม่เอา (ดูดิมีขู่อีกอ่ะ)

(อ่าว แล้วอีกคืนจะทำไงอ่า ต้องเป็นแบบนี้อีกแล้วหรอ เออเอาไปก่อนละกัน)

ได้ชั้นที่ 19 ห้อง 19-609 ดีใจสุดๆๆๆๆๆๆ

 

ตื่นเต้นมาก รีบขึ้นมาดูห้อง...โอ้วววว

 มา 2 คน แต่ได้ 3 เตียง...ห้องใหญ่เว่อร์ ใหญ่มาก

กว้างดี และก็ดีเกินไปสำหรับ 2 คนค่ะ

(เรื่องมากมั๊ยคะเนี่ย เหอๆๆ) 

แต่แหมม น่าจะแบ่งเนื้อที่ให้ห้องอาบน้ำกับห้องน้ำอีกหน่อยนะ แบบว่าพอดีตัวซะเหลือเกิน

 

บรรยากาศภายนอกค่ะ มองอะไรไม่ค่อยเห็นเลย..มีแต่ฝน กะ หมอกลงจัด

 

6โมงครึ่ง ก็ลงมาข้างล่าง ไม่ได้ไปเล่นเครื่องเล่น out door เพราะว่าฝนตก

(ประเด็นหลักที่ขึ้นมาที่ Genting คือ มาเล่นเครื่องเล่น out door ค่ะ)

เลยมาเดิน in door แทน

ของเล่นที่นี่เยอะดีค่ะ ที่เล่นกันเยอะๆก็มีบ้านผีสิง เมืองหิมะ

มีหลายชั้นให้เลือกเล่นได้ตามสบายเลยค่ะ

ไม่ใช่ว่าจะมีแต่เครื่องเล่นอย่างเดียวนะ ยังมีโรงหนัง ร้านอาหาร ร้านของฝากของที่ระลึกก็มีค่ะ

ดูรูปกันเลยคร่า~

 

 

 

 

รูปล่างเป็นเหมือน หลุมดำอ่าค่ะ เล่นโดยการให้เหรียญมันไหลลงไป

ที่บ้านเราก็มีค่ะ บางคนก็คงจะเคยเห็นกันแล้ว..

แต่ว่าที่นี่เค้ามุงกันเยอะเลยค่ะ เลยแอบเอารูปมาให้ดูกัน

 

แผนผังเครื่องเล่น indoor กะ outdoor

ทำออกมาน่ารักดีค่ะ

 

 

 

ราคาเครื่องเล่น และ วัน เวลา เปิด ปิดค่ะ

 

 เดินเล่นซะจนเมื่อยเลยค่ะ ไม่ได้เล่นอะไรใน indoor เลย

กลับเข้าห้องไปพักผ่อนดีกว่า..วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว

ฝนก็ยังคงตกตลอดและเริ่มแรงขึ้น ตอนนี้ 14 องศาและคาดว่าจะลงอีกค่ะ 

ออ! ห้องพักที่นี่ไม่มีตู้เย็นให้ค่ะ เป็นห้องพัดลม และก็ไม่มีน้ำดื่มให้

แต่ว่าน้ำก๊อกที่นี่ดื่มได้ค่ะ

ดีนะที่ก่อนลงไป ได้เอาขวด smirnoff ไปว่างนอกหน้าต่าง

กลับมาเย็นฉ่ำเหมือนพึ่งออกมาจากตู้เย็นเลยค่ะ

กรึ๊บไป..ร่างกายค่อยอุ่นขึ้นมาหน่อย (smirnoff แบกมาเองจาก กทม ค่ะ)

ตอนนอนก็ไม่ได้เปิดพัดลมค่ะ เพราะว่าอากาศหนาวมาก

เฮ้อออ!!!  รอดมาได้อีก 1 วัน....

 

ยังไม่รู้เลยว่า..พรุ่งนี้ชีวิตจะต้องเดิน(หาที่พัก) ต่อไปอย่างไร...

กับเงินที่เหลืออยู่เพียง 640.7 RM และยังต้องอยู่อีก 4 วัน 3 คืน

ติดตามต่อได้ใน...

~Review : Trip_Malaysia_vol.2  เร็วๆนี้ค่ะ

 

 

ปล.การเสี่ยงชีวิตผจญภัยในครั้งนี้ก็อยากจะได้ hot hot กะเค้าบ้าง แต่ม๊ะรู้จะได้อ๊ะเป่า

หงิงๆๆ (ขอกันดื้อๆอย่างนี้เลย เหอๆๆๆ) ลองดูๆ เผื่อฟุ๊กง่า~

~วันพ่อแห่งชาติ

posted on 05 Dec 2009 15:39 by ki-ka-pu

วันนี้ตื่นเช้ามาใส่บาตรในวันพ่อ...

กลับมานั่งดูทีวี...เห็นในหลวงท่านออกมา

อยู่ๆน้ำตาก็คลอเบ้าเลย...ซาบซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก...

 

 นี่ก็เป็นอีกรูปหนึ่งที่ชอบมาก...รูปพระองค์ท่านผูกเชือกรองเท้าเอง

ได้แง่คิดอะไรมากมาย...

ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ก็อยากจะขอน้อมรับพระราชดำรัสของพระองค์ที่ว่า

" ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง อยู่อย่างพอเพียง "

มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันให้เป็นไปอย่างพอเพียง

 

ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลกนี้

ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน สุขภาพแข็งแรง และเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับปวงชนชาวไทย

ตลอดนานแสนนาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

 

 

ปล1. วันนี้ก็ไม่ลืมที่จะนำพวงมาลัยไปกราบเท้าปะป๊าค่ะ...

ปล2. อย่าลืมไปบอกรักพ่อ และแม่กันนะคะ

รักปะป๊าและหม่าม๊าสุดหัวใจ